ข้อมูลของหน่วยงาน

โรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตามคำสั่งกองทัพเรือ (เฉพาะ) ที่ 5 / 2552 เรื่อง แก้อัตรากองทัพเรือ พ.ศ.2501 ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2552 เป็นต้นไป ซึ่งโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น มีหน้าที่ อำนวยการฝึกและศึกษาวิชาการทหารเรือในด้านยุทธวิธีและการบริหารงานวิชาการ ทางเทคนิคด้านช่างกล การบริหาร การช่าง และวิชาการอื่น ๆ อันจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของนายทหารเรือ เพื่อทำหน้าที่นายทหารพรรคนาวิน พรรคกลิน และฝ่ายอำนวยการ
ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นนั้น เดิมเป็นโรงเรียนนายทหารพรรคนาวิน เริ่มเมื่อกองทัพเรือได้เริ่มจัดตั้งอัตรา และแบ่งส่วนราชการโรงเรียนนายทหารพรรคนาวิน เมื่อประมาณ พ.ศ.2499 โดยมีการจัดระเบียบราชการกองทัพเรือใหม่ แยกโรงเรียนนายทหารเรือ (รร.นท.) ซึ่งเดิมเป็นส่วนการศึกษาขึ้นตรงกับกรมยุทธศึกษาทหารเรือเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2500 พล.ร.อ.หลวงชลธารพฤฒิไกร ผบ.ทร. ในขณะนั้นได้กรุณาอนุมัติให้โรงเรียนนายทหารเรือ จัดแบ่งสถานที่ออกเป็นที่ตั้งกองบังคับการ ห้องเรียน ห้องสมุด และอื่น ๆ เพื่อเปิดให้การศึกษากับนายทหารเรือ ตามแผนการศึกษาของกองทัพเรือที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ อันประกอบไปด้วยหลักสูตรสำหรับนายทหารสัญญาบัตรระดับต่าง ๆ ดังนี้
|
การเรียนการสอนของโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นเดิม (รร.ชต.) เริ่มใน พ.ศ.2504 กองทัพเรือได้ลงคำสั่งที่ 207/2504 ให้เปิดโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นขึ้นเป็นรุ่นแรก และได้ลงคำสั่งที่ 213/2504ให้นายทหารเข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นพรรคนาวิน หลักสูตรการศึกษา 1 ปี จำนวน 18 นาย โดยผู้ที่เข้ารับการศึกษาต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ และมียศชั้นเรือโท
โรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นพรรคนาวิน ได้เริ่มเปิดการศึกษาครั้งแรกใน 10 พ.ย.2504 โดยใช้สถานที่ชั้นบนของตึกกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ภายในพระราชวังเดิม (ในขณะนั้น) และในปีต่อ ๆ มา ทร. ได้ลงคำสั่งให้นายทหารเข้ารับการศึกษาเป็นรุ่น ๆ ติดต่อกันรวม 5 รุ่น จนในปี พ.ศ.2510 ได้ปิดการศึกษาไป 1 รุ่น และเปิดรุ่นที่ 6 ตามคำสั่ง ทร. ที่ 207/2511 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ใช้หลักสูตรใหม่ และปรับหลักสูตรจาก 1 ปี ลงเหลือ 6 เดือน
ในปี พ.ศ.2512 พลเรือเอก จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างอาคารโรงเรียนนายทหารเรือบริเวณหลังป้อมวิชัยประสิทธิ์ ในพระราชวังเดิม โรงเรียนนายทหารเรือและหน่วยขึ้นตรง (รวมทั้งโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น) จึงได้ย้ายสถานที่ทำการมายังอาคารโรงเรียนนายทหารเรือหลังแรก
ต่อมาในช่วงปี พ.ศ.2513 - 2514 มีคำสั่ง ทร.ที่ 263/2513 ลง 18 ก.ย.2513 กำหนดให้โรงเรียนนายทหารชั้นต้น รับนายทหารนักเรียนชั้นยศเรือเอกเข้าเรียน โรงเรียนจึงต้องปิดการศึกษาลงอีกครั้งเพื่อรอให้นายทหารที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือมีชั้นยศถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด จนกระทั่งปลายปี พ.ศ.2514 จึงเปิดการศึกษาในหลักสูตรพรรคนาวิน รุ่นที่ 9 อีกครั้ง
ในปี พ.ศ.2516 กองทัพเรือได้แก้ไขระเบียบกองทัพเรือว่าด้วยการศึกษา โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจัดและลักษณะการให้การศึกษาในหน่วยขึ้นตรง ของโรงเรียนนายทหารเรือบางโรงเรียนไปจากเดิม ตลอดจนได้แก้ไขชื่อต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามกำหนดไว้ในอัตรากองทัพเรือ โดยออกเป็นระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516 ประกาศใช้เมื่อ 5 ต.ค.2516 ซึ่งระเบียบใหม่นี้กำหนดให้โรงเรียนนายทหารชั้นต้น เป็นโรงเรียนที่อำนวยการฝึกหัดศึกษาวิชาการทางเทคนิคและวิชาอื่นเพิ่มขึ้นจากที่ได้ศึกษา ไปแล้วในโรงเรียนนายเรือ และแก้ไขชื่อ “โรงเรียนเพิ่มวิชานายทหารเรือ” เป็น “ โรงเรียนเพิ่มวิชา” รวมทั้งกำหนดให้เป็นโรงเรียนที่อำนวยการฝึกศึกษาหนักไปในวิชาชีพเฉพาะอย่างเป็นสาขา เช่น วิชาการทหาร การเดินเรือ การช่างโยธา การช่างโรงงาน การพลาธิการ ฯ การศึกษาในโรงเรียนนี้ให้จัดแยกออกดำเนินการเป็น สาขา และประเภทวิชา
ระเบียบกองทัพเรือว่าด้วยการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516 นี้ใช้มาได้เพียงปีเศษ กองทัพเรือก็ยกเลิกระเบียบดังกล่าว แล้วออกระเบียบของกองทัพเรือว่าด้วยการศึกษา พ.ศ.2518 ประกาศใช้เมื่อ 23 มิ.ย.2518 มาใช้แทน โดยมีการยุบโรงเรียนเพิ่มวิชา และเปลี่ยนชื่อ “โรงเรียนนายทหารชั้นต้น” เป็นโรงเรียนนายทหารชั้นต้นพรรคนาวิน” และระบุภารกิจให้เป็นโรงเรียนที่อำนวยการศึกษาวิชาการทหารเรือ และวิชาการอื่น ๆ อันจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของนายทหารพรรคนาวิน ผู้ที่จะเข้าศึกษาคือ นายทหารชั้นยศเรือโทและเรือเอก ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือหรือเทียบเท่า หรือสถาบันการศึกษาในระดับปริญญาตรี ผ่านการพิจารณาคัดเลือกโดยกรมกำลังพลทหารเรือ และเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจถึงขั้น “ลับ” ระยะเวลาการศึกษากำหนดไว้ 6 เดือน การวัดผลใช้วิธีการสอบ และ/หรือการทดสอบความรู้
จากการที่ ทร. ให้ความเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนนายทหารเรือใหม่เป็น “สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง” เมื่อ 24 เมษายน 2546 เพื่อให้มีฐานะและศักดิ์ศรีทัดเทียมกับสถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง และ สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2527 ลง 1 เมษายน 2527 ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 31 ตอนที่ 48 ลง 12 เมษายน 2527โรงเรียนนายทหารชั้นต้นพรรคนาวิน จึงได้ถูกกำหนดชื่อใหม่เป็น “โรงเรียนนายทหารพรรคนาวิน” (รร.นว.)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการจัดหน่วย และเปลี่ยนชื่อสถานศึกษาในส่วนการศึกษาของกองทัพเรือไปจากเดิม กองทัพเรือจึงได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบกองทัพเรือว่าด้วยการศึกษาใหม่ เป็น ระเบียบกองทัพเรือว่าด้วยการศึกษา พ.ศ.2530 ประกาศใช้เมื่อ 1 มิถุนายน 2530 ซึ่งได้กำหนดภารกิจของโรงเรียนนายทหารพรรคนาวินไว้ ดังนี้
โรงเรียนนายทหารพรรคนาวิน เป็นสถานศึกษาที่อำนวยการศึกษาวิชาการทหารเรือ และวิชาการอื่น ๆ อันจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของนายทหารชั้นนายเรือ แบ่งออกเป็นหลักสูตรต่าง ๆ ได้แก่
หลักสูตรพรรคนาวิน มุ่งหมายที่จะเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ให้แก่นายทหาร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ระดับผู้บังคับการเรือชั้นหนึ่งได้ ผู้ที่จะเข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ คือ นายทหารชั้นยศเรือโทหรือเรือเอก พรรคนาวิน หรือพรรคพิเศษเหล่าอุทกศาสตร์ หรือเหล่าทหารพลาธิการ ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายทหารอื่นหรือเทียบเท่า ผ่านการพิจารณาคัดเลือกโดยกรมกำลังพลทหารเรือตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพเรือกำหนด เป็นผู้ได้รับความไว้วางใจถึงขั้น “ลับมาก” ระยะเวลาของหลักสูตรนี้โดยปกติมีกำหนด 6 เดือน หลักสูตรและการฝึกหัดศึกษาทั้งทางทฤษฎี และทางปฏิบัติให้สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูงกำหนดขึ้น โดยความเห็นชอบของกองทัพเรือ การวัดผลการศึกษาในหลักสูตรนี้ได้ดำเนินการสอบความรู้ทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ
หลักสูตรทั่วไป มุ่งหมายที่จะเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้แก่นายทหารพรรคพิเศษ หรือนอกเหนือจากพรรคพิเศษ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ระดับหัวหน้าแผนกได้ ผู้ที่จะเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรนี้ คือ นายทหารชั้นยศเรือเอก ผ่านการพิจารณา คัดเลือกโดยกรมกำลังพลทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพเรือกำหนด และเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจถึงขั้น “ลับ” ระยะเวลาของหลักสูตรการฝึกหัดศึกษา และการวัดผลการศึกษา เช่นเดียวกับหลักสูตรพรรคนาวิน
หลักสูตรเพิ่มวิชา มุ่งหมายที่จะเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้แก่นายทหารที่เลื่อนขึ้นมาจากนายทหารประทวน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ระดับหัวหน้าแผนกได้ ผู้ที่จะเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรนี้ คือ นายทหารชั้นยศเรือโท หรือเรือเอก ซึ่งเลื่อนฐานะมาจากนายทหารชั้นประทวน อายุไม่เกิน 48 ปีบริบูรณ์ นับตามพระราชบัญญัติการรับราชการทหาร มีวุฒิไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า ผ่านการพิจารณาคัดเลือกโดยกรมกำลังพลทหารเรือตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพเรือกำหนด และเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจถึงขั้น “ลับ” ระยะเวลาของหลักสูตรการฝึกหัดศึกษา และการวัดผลการศึกษา เช่นเดียวกับหลักสูตรพรรคนาวิน
ต่อมาโรงเรียนนายทหารพรรคนาวินมีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ตั้ง เนื่องจากความแออัดของหน่วยงานกองทัพเรือในบริเวณพระราชวังเดิม เป็นสาเหตุให้กองทัพเรือสนับสนุนการย้ายหน่วยงานออกไปจากบริเวณพระราชวังเดิม โดยจัดซื้อที่ดินริมถนนศาลายา – ไทยาวาส ตำบลศาลายา กิ่งอำเภอพุทธมณฑล จำนวน 192–35–51 ไร่ เพื่อใช้สร้างอาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 6 ชั้น กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร การก่อสร้างแล้วเสร็จและรับมอบอาคารเมื่อวันที่ 29 พ.ค.45 จากนั้นมีการย้ายกำลังพลชุดแรกของ สรส. จำนวน 49 นาย เข้าปฏิบัติงานในอาคารหลังใหม่เมื่อ 15 ต.ค.35 และย้ายกำลังพลทั้งหมดเข้าสู่ที่ตั้งใหม่เมื่อ 24 ธ.ค.35 ซึ่งในส่วนของโรงเรียนนายทหารพรรคนาวิน ได้รับแบ่งสรรพื้นที่เป็นที่ตั้งกองบังคับการโรงเรียนบริเวณชั้น 4 ของอาคาร และได้รับห้องเรียนซึ่งสามารถรับผู้เข้าศึกษาได้ 60 คน จำนวน 2 ห้อง เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนตามหลักสูตรที่โรงเรียนนายทหารพรรคนาวินรับผิดชอบ
รร.นว.ได้เปิดการศึกษา และมีนายทหารนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น ดังนี้
- หลักสูตรพรรคนาวิน 56 รุ่น
- หลักสูตรทั่วไป 34 รุ่น
- หลักสูตรเพิ่มวิชา 24 รุ่น
ในปีการศึกษา 2552 โดยคำสั่งกองทัพเรือ (เฉพาะ) ที่ 5/ 2552 เรื่อง แก้อัตรากองทัพเรือ พ.ศ.2501เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ลับมาก ที่ 102/2552 ลง 31 มีนาคม 2552 เรื่อง แก้อัตรากองทัพเรือ พ.ศ.2501 จึงให้แก้อัตรากองทัพเรือ ดังนี้ ยกเลิกอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข 4200 สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ซึ่งใช้ตามคำสั่งกองทัพเรือ (เฉพาะ) ลับมาก ที่ 227/2539 ลงวันที่ 18พฤศจิกายน 2539 แก้ไขเพิ่มเติมตามลำดับจนถึงคำสั่งกองทัพเรือ (เฉพาะ) ลับมาก ที่ 40/2549 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2549 ที่ใช้อยู่เดิมเสียทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผลให้โรงเรียนนายทหารพรรคกลินถูกยุบรวมกับโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น โดยโอนหลักสูตรพรรคกลิน ให้อยู่ในการบังคับบัญชาของโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น

1. การศึกษาด้วยตนเอง
เป็นการศึกษาในลักษณะรายบุคคล โดย รร.ชต.ยศ.ทร. จะจัดเวลาให้ นทน. สามารถค้นคว้าข้อมูล และทำการศึกษาด้วยตนเอง ตามจำนวนชั่วโมงค้นคว้าที่กำหนดไว้ในสาระหลักสูตรต่อหมวดวิชา เพื่อให้มีความพร้อมในการเรียนการสอนในรูปแบบ ACTIVE LEARNING
2. การบรรยาย
เป็นการบรรยายในห้องเรียนโดยอาจารย์ประจำ ยศ.ทร. รวมทั้งอาจารย์ทั้งภายใน และภายนอก ทร. โดย นทน. ควรศึกษาค้นคว้าล่วงหน้าเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนแบบ ACTIVE LEARNING
3. การแบ่งกลุ่มอภิปราย (การสัมมนา)
ดำเนินการโดยจัด นทน. เป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มให้มีจำนวน นทน. เท่าๆกัน เพื่อแสดงความคิดเห็น ได้อย่างกว้างขวาง ในหัวข้อปัญหาตามที่อาจารย์ผู้สอนกำหนด และให้ได้ข้อยุติ ซึ่งอาจเกิดข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาใดๆ ได้ ในระหว่างการอภิปรายอาจารย์ประจำกลุ่มสัมมนา (DS) จะเป็นผู้ให้คะแนนทางด้านวิชาการ และการประเมินคุณลักษณะส่วนบุคคลไปในเวลาเดียวกัน
4. การอภิปรายเป็นคณะ (การแถลงผล)
เป็นการนำเสนอผลงาน แนวความคิด ข้อคิดเห็น ข้อสรุป ในรูปแบบผลงานกลุ่มที่ได้จากการ แบ่งกลุ่มอภิปราย ต่อคณะอาจารย์และอาจารย์ประจำกลุ่มอภิปรายเป็นคณะ ซึ่งจะมีการวิจารณ์ ตอบข้อสงสัย ข้อซักถามจากทั้งคณะอาจารย์ และ นทน.
5. การอภิปรายเชิงวิชาการ และการบรรยายพิเศษ
ฝวก.ยศ.ทร. เป็นหน่วยดำเนินการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งการเทศนาทางธรรม แก่ นทน. ทุกหลักสูตร เพื่อให้ นทน. ได้รับความรู้ มีวิสัยทัศน์ ก้าวทันต่อสถานการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลง และได้รับทราบความคิดเห็นในแง่มุมที่แตกต่างกัน
6. การฝึกปฏิบัติ
เป็นการฝึกเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ให้ นทน. มีความสามารถปฏิบัติได้จริง เกิดประสบการณ์ มีความมั่นใจในการนำไปปฏิบัติได้จริง ภายหลังจากที่ทำการศึกษาด้วยวิธีการบรรยาย/การอภิปรายเป็นคณะ เรียบร้อยแล้ว
7. การแก้ปัญหารายบุคคล
เป็นวิธีการประเมินผลการเรียน เพื่อทดสอบสติปัญญา ความรู้ ทางด้านวิชาการ เพื่อนำไปประมวลผลรวมกับคะแนนต่างๆของหัวข้อวิชานั้น และรวมเป็นชุดวิชาต่างๆต่อไป
8. การดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ
เป็นการนำนายทหารนักเรียนไปชมกิจการของหน่วยต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาเสริมสร้างประสบการณ์ เกิดความรอบรู้ในด้านต่างๆมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ นทน. ระหว่างการศึกษา รวมทั้งในการปฏิบัติงานตามหน่วยต่างๆเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว
|
****************************************
|
การประเมินผลการศึกษา
รร.ชต.ยศ.ทร. ดำเนินการประเมินผลการศึกษาของ นทน. โดยปฏิบัติตามระเบียบ ยศ.ทร. ว่าด้วยสถานศึกษาสำหรับนายทหารสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๕๒ หมวด ๒ การประเมินผล และระเบียบ ยศ.ทร. ว่าด้วยการดำเนินการศึกษาของสถานศึกษาซึ่งมิได้จัดการศึกษาเป็นภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ดังนี้
- การสอบเป็นรายบุคคล หรือการแก้ปัญหาเป็นรายบุคคล
- การแก้ปัญหาเป็นคณะ
- วิธีการอื่นๆตามความเหมาะสมกับการศึกษาของแต่ละหลักสูตร เช่น การฝึกยุทธกีฬา การฝึกร่วม การเขียนเอกสาร และบทความทางวิชาการตามที่หลักสูตรกำหนด
3. การสอบวัดความรู้จะกระทำในระหว่างการศึกษา หรือเมื่อจบการศึกษาในแต่ละวิชา โดยอาจารย์ที่สอนในวิชานั้น หรือจากฝ่ายวิชาการ หรือกรรมการที่ทางโรงเรียนแต่งตั้ง
4. การกำหนดระดับคะแนน
|
ระดับคะแนน
|
ระดับอักษร
|
|
๔.๐ |
A |
|
๓.๗ |
A- |
|
๓.๓ |
B+ |
|
๓.๐ |
B |
|
๒.๗ |
B- |
|
๒.๓ |
C+ |
|
๒.๐ |
C |
|
๑.๗ |
C- |
|
๑.๓ |
D+ |
|
๑.๐ |
D |
|
๐.๐ |
F |
|
ไม่คิดระดับคะแนน |
*D |
5. หลักการให้คะแนนเป็นการผสมผสานกันระหว่างอิงกลุ่ม (NORM REFERENCE) อิงเกณฑ์ (CRITERION REFERENCE) รายละเอียดตาม ผนวก จ หลักการให้ระดับคะแนน ตามระเบียบ ยศ.ทร. ว่าด้วยสถานศึกษาสำหรับนายทหารสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๕๒
6. กรณีขาดสอบโดยมีเหตุจำเป็น หรือเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย ให้ นทน. รายงานถึง ผบ.รร.ฃต.ยศ.ทร. เพื่อขออนุมัติสอบวิชานั้นเป็นกรณีพิเศษภายใน ๓ วัน นับจากวันที่มาศึกษาตามปกติ หรือนับจากวันสอบที่กำหนดไว้ในตารางสอน โดยโรงเรียนจะประสานฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ผู้สอน เพื่อดำเนินการจัดให้มีการสอบในวิชานั้น และให้คิดคะแนนสอบได้ไม่เกินร้อยละ ๘๕ ของคะแนนที่สอบได้จริง
7.หาก นทน. ได้รับคะแนน “0” หรือ “F” ในชุดวิชาใดให้อาจารย์ผู้สอนในชุดวิชานั้น หรือผู้แทนจากฝ่ายวิชาการ และผู้แทนของโรงเรียน ดำเนินการให้ นทน. สอบแก้ตัว ละเมื่อผ่านเกณฑ์แล้วจะให้ได้ระดับอักษร “D” ทั้งนี้ นทน. จะได้รับการพิจารณาสอบแก้ตัวได้ไม่เกิน ๓ ชุดวิชา และหากสอบแก้ตัวไม่ผ่านเกณฑ์ คือ ได้ระดับคะแนน “0” หรือระดับอักษร “F” อีก ให้โรงเรียนพิจารณาส่งตัวกลับสังกัดเดิม
8.การขาดสอบโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย ให้ได้ระดับคะแนน “0” หรือระดับอักษร “F” ในหัวข้อวิชานั้น รวมถึงการทุจริตในการสอบด้วยเช่นกัน แต่ในกรณีนี้ให้โรงเรียนพิจารณาส่งตัวกลับสังกัดเดิม
9. ระดับคะแนนเฉลี่ยได้มาจากการนำผลคูณของระดับคะแนนกับหน่วยกิต ของแต่ละชุดวิชารวมกัน ทุกชุดวิชา แล้วหารด้วยหน่วยกิตรวมของหลักสูตรนั้น โดยคิดทศนิยมอย่างน้อย ๒ ตำแหน่ง
10. เกณฑ์คิดระดับคะแนนเฉลี่ย
|
ระดับคะแนนเฉลี่ย |
ผลการศึกษา |
|
๓.๕๐-๔.๐๐ |
ดีมาก |
|
๓.๐๐-๓.๔๙ |
ดี |
|
๒.๐๐-๒.๙๙ |
พอใช้ |
|
๑.๐๐-๑.๙๙ |
ไม่พอใช้ |

| โครงสร้างการบริหารราชการของโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น |
|
โรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ มีผู้บังคับการโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของโรงเรียน การแบ่งการบริหารราชการกำหนดไว้ตามอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๔๑๐๐ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ออกเป็น 3 กอง คือ |
|
กองบังคับการ มีหน้าที่ บริหารงานและดำเนินการเกี่ยวกับงานธุรการของโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น
|
|
กองการปกครอง มีหน้าที่ เกี่ยวกับการปกครองบังคับบัญชา การประเมินคุณลักษณะส่วนบุคคล จัดทำสถิติ และทำทะเบียนประวัติของนายทหารนักเรียน งานพิธีการต่าง ๆ การดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ แก่นายทหารนักเรียน
|
|
กองการศึกษา มีหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารและอำนวยการศึกษา กำกับดูแล และประเมินผลการศึกษาของนายทหารนักเรียน จัดทำแผนการศึกษา การประเมินผลการทำงานเป็นคณะของนายทหารนักเรียน รวบรวมและติดตามการออกปัญหาการฝึก การศึกษา และการสัมมนา รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการแก่นายทหารนักเรียน
|
|
อัตรากำลังพล กองทัพเรือ อฉก.4100 กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ใช้ตามคำสั่ง ทร. (เฉพาะ) ลับมาก ที่ 5 / 2552
ลง 1 เม.ย.52 กำหนดอัตรากำลังพลประจำโรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นไว้ มีจำนวนทั้งสิ้นรวม 26 นาย |

โรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทำหน้าที่ให้การศึกษาระดับต้นแก่นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือพรรคนาวิน นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือพรรกลินที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ และที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศในทุกระดับความรู้ นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือพรรคพิเศษเหล่า ยย. นายทหารเรือชั้นสัญญาบัตรที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป และนายทหารทหารเรือชั้นประทวนผู้ที่เลื่อนฐานะมาเป็นนายทหารเรือชั้นสัญญาบัตร เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถทางวิชาการทหารเรือและวางพื้นฐานทางการศึกษาในด้านวิชาทหารเรือ ตลอดจนวิชาการด้านอื่นๆ ให้แก่บุคคลเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยนำไปสู่การเสริมศักยภาพขององค์บุคคลในการศึกษาวิชาการทหารเรือในระดับกลาง (หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ, หลักสูตรอาวุโส) และระดับสูง(วิทยาลัยการทัพเรือ) ของกองทัพเรือต่อไป



