เรือหลวงธนบุรี

เรือหลวงธนบุรี: มรดกแห่งความกล้าหาญจากยุทธนาวีเกาะช้าง

 

เรือหลวงธนบุรีเป็นเรือปืนยามฝั่งที่ต่อขึ้น ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น และเข้าประจำการในกองทัพเรือไทยเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๓๘ แม้จะมีขนาดเล็กกว่า แต่เรือหลวงธนบุรีก็ถูกออกแบบมาเพื่อการป้องกันชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยอำนาจการยิงจากปืนหลักขนาด ๘ นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปืนของเรือลาดตระเวนฝรั่งเศส

 

ข้อมูลจำเพาะของเรือหลวงธนบุรี

·         ระวางขับน้ำ: เต็มที่ ๒,๓๕๐ ตัน

·         ความยาวรวม: ๗๗ เมตร

·         ความกว้าง: ๑๓.๔๑ เมตร

·         กินน้ำลึก: ๔.๒๐ เมตร

·         เครื่องจักร: เครื่องยนต์ดีเซล ๒ เครื่อง กำลัง ๒,๕๐๐ แรงม้าต่อเครื่อง

·         ความเร็วสูงสุด/ต่ำสุด: ๑๕.๘/๑๒.๒ นอต

·         รัศมีทำการสูงสุด/ต่ำสุด: ๑๑,๐๐๐/๖,๔๙๓ ไมล์ทะเล

·         กำลังพลประจำการ: ๒๓๔ นาย

 

อาวุธ

·         ปืนใหญ่ ๗๕/๕๑ มม. ๔ กระบอก

·         ป.ต.อ. ๒๐ มม. แท่นคู่ ๔ กระบอก

·         ปืน ๒๐๓ มม. แท่นคู่ ๒ แท่น

 

เปรียบเทียบข้อมูลเรือ

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักระหว่างเรือหลวงธนบุรีและเรือลาดตระเวนเบา ลามอตต์-ปิเกต์ ของฝรั่งเศส

 

ร.ล.ธนบุรี

ลามอตต์-ปิเกต์

ระวางขับน้ำ (ตัน)

,๕๓๐

,๓๕๐

ความยาว (เมตร)

๗๗

๑๘๑

ความเร็วสูงสุด (นอต)

๑๕.

๓๓

ปืนหลัก (มม.)

๒๐๓

๑๕๕

 

 

เปรียบเทียบกำลังรบ

กองเรือฝรั่งเศสมีจำนวนเรือรบที่มากกว่าและมีเรือลาดตระเวนเบาที่ทรงอานุภาพเป็นเรือธง ในขณะที่กองเรือไทยประกอบด้วยเรือปืนยามฝั่ง ๑ ลำ และเรือตอร์ปิโดขนาดเล็ก ๒ ลำ

ราชนาวีไทย:

·         เรือปืนยามฝั่ง: ๑ ลำ (ร.ล. ธนบุรี)

·         เรือตอร์ปิโด: ๒ ลำ (สงขลา, ชลบุรี)

 

กองทัพเรือฝรั่งเศส:

·         เรือลาดตระเวนเบา: ๑ ลำ (ลามอตต์-ปิเกต์)

·         เรือสลุป: ๒ ลำ (อามิราล ชาร์เนร์, ดูมองต์ ดูร์วิลล์)

·         เรือช่วยรบ: ๒ ลำ (ตาฮูร์, มาร์น)

 

ยุทธนาวีเกาะช้าง: ลำดับเหตุการณ์

๑๖ ม.ค. ๑๙๔๑ (ค่ำ) : ร.ล. ธนบุรีและกองเรือย้ายที่จอดจากเกาะง่ามมายังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะลิ่ม

 

๑๗ ม.ค. ๑๙๔๑

๐๕:๓๐ น. : เครื่องบินข้าศึกปรากฏตัว เรือตอร์ปิโดไทยเปิดฉากยิง

๐๖:๒๐ น. : ร.ล. ธนบุรี ถอนสมอและเข้าสู่การรบภายใต้การบัญชาของ น.ท. หลวงพร้อมวีรพันธุ์

๐๖:๔๐ น. : การปะทะระหว่าง ร.ล. ธนบุรี และเรือลามอตต์-ปิเกต์เริ่มต้นขึ้น ร.ล. ธนบุรียิงถูกสะพานเดินเรือข้าศึก แต่ก็ถูกยิงเสียหายที่หอบังคับการ ทำให้ผู้การเรือเสียชีวิต

๐๗:๔๐ น. : เครื่องบินข้าศึกทิ้งระเบิดใส่ห้องครัว เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง แต่ป้อมปืนยังคงยิงตอบโต้จนข้าศึกล่าถอย

๑๖:๔๐ น. : หลังจากพยายามดับไฟไม่สำเร็จ ร.ล. ธนบุรี ได้พลิกคว่ำและจมลงบริเวณแหลมงอบ

 

ผลลัพธ์แห่งความกล้าหาญ

ในการรบครั้งนี้ ทหารประจำเรือหลวงธนบุรีได้เสียสละชีวิตรวม ๒๐ นาย การต่อสู้ของพวกเขาได้กลายเป็นตำนานแห่งความกล้าหาญที่ได้รับการจดจำ แม้แต่ฝ่ายฝรั่งเศสยังกล่าวชื่นชมผ่านวิทยุไซ่ง่อน

 

มรดกที่คงอยู่

หลังสิ้นสุดสงคราม กองทัพเรือได้กู้เรือหลวงธนบุรีขึ้นมา แต่พบว่าเสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซมให้กลับไปรบได้ จึงปลดประจำการและใช้เป็นกองบังคับการลอยน้ำ จนกระทั่งปลดระวางอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. ๑๙๕๙ ปัจจุบัน ป้อมปืนและหอบังคับการของเรือหลวงธนบุรีได้ถูกอนุรักษ์ไว้เป็น อนุสรณ์สถาน ร.ล. ธนบุรี ภายในโรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงวีรกรรมของทหารเรือไทยในยุทธนาวีเกาะช้าง

 

 

 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

แบบสำรวจ